ในงานศพหนึ่งที่ผมเคยไปร่วม วันที่ทุกคนยังร้องไห้ไม่แห้ง กลับกลายเป็น “สนามเจรจามรดก” มีคำถามลอยมาว่า
“แม่เขียนพินัยกรรมให้ใคร?” “บ้านหลังนี้แบ่งยังไง?” “เงินในบัญชีต้องหารกันหรือเปล่า?”
คำพูดที่ฟังแล้วเจ็บที่สุดคือ:
“ถ้ารู้ว่าแม่ให้เธอคนเดียว ฉันคงไม่ดูแลแม่ตอนป่วยหรอก!”
ทั้งที่เขาคือพี่น้องกันแท้ๆ ตอนนั้นเองที่ผมตั้งใจแน่วแน่ว่า มรดกของผมจะไม่สร้างรอยร้าวให้คนที่ผมรักเด็ดขาด
ผมจะเลือกใช้ประกันชีวิต ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจน ลูกแต่ละคนรู้ว่าใครจะได้อะไร ไม่ต้องแย่ง ไม่ต้องตีความ ไม่มีใครต้องรู้สึกว่าถูกลำเอียง หรือถูกลืม
คุณคงไม่อยากให้ลูกของคุณต้องร้องไห้ในงานศพ…แล้วมานั่งระแวงกันว่าใครจะได้เท่าไหร่
ถ้าคุณยังไม่มีการวางแผน “มรดก” อาจกลายเป็น ชนวนระเบิด แรกในครอบครัว
แต่ถ้าคุณใช้ประกันชีวิต และระบุชื่อผู้รับเงินไว้ชัดเจนว่าใครได้อะไร… รู้เลยทันที ไม่มีใครแทรกแซงได้ ไม่มีความคลุมเครือ ไม่มีดราม่า
เพราะบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ “ตามชื่อที่คุณระบุ” โดยตรงกับผู้รับผลประโยชน์ ไม่ต้องรอกระบวนการจัดการมรดกในชั้นศาล ไม่ต้องเปิดพินัยกรรมให้ทุกคนเห็น
บ้านของคุณศักดิ์มีลูก 3 คน เขาไม่ได้วางแผนอะไรไว้เลย ก่อนเสียชีวิตสุดท้าย…ลูกชายคนโตยึดบ้าน ลูกคนกลางฟ้องศาล ลูกคนเล็กถอนตัวจากครอบครัว
ครอบครัวที่เคยนั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะ “มรดกที่ไม่มีการจัดการ”
ในขณะที่ครอบครัวของคุณกาญจนา เธอใช้ประกันชีวิตแบ่งลูก 2 คน สมมติคนละ 2 ล้านบาท ไม่มีพินัยกรรม ไม่มีการแย่งทรัพย์สิน หลังจากแม่เสีย ลูกทั้งสองจัดงานศพด้วยกัน ดูแลกันจนถึงวันเผา แล้วใช้เงินของตัวเองดูแลชีวิตในทางที่แม่ตั้งใจ
สรุปให้คนที่รักครอบครัวจริงๆ:
“ความรักไม่ควรกลายเป็นความขัดแย้งหลังจากเราจากไป” วางแผนวันนี้ เพื่อให้ลูกคุณยังมี “ครอบครัว” ให้พึ่งพากันต่อไป
ถ้าไม่แน่ใจว่าแผนที่คุณมี (หรือกำลังจะเลือก) ตอบโจทย์ตรงนี้ไหม ทักมาคุยกันที่ LINE @BoydWee ได้เลยครับ — ผมช่วยดูให้ตรงเคสของคุณ กันพลาดตอนเคลมจริง ไม่มีขายของ
BoydWeeInsure — ประกันสุขภาพหัวอกคนซื้อ | บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลข เบี้ย เงื่อนไข และสิทธิลดหย่อนอาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและแต่ละกรมธรรม์ โปรดตรวจสอบรายละเอียดจากกรมธรรม์และเอกสารเสนอขายของแต่ละบริษัท หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ