เงินฝาก 3 ล้านบาทที่พ่อแม่ตั้งใจเก็บไว้ให้ลูก อาจไม่ใช่เงินที่ลูกหยิบมาใช้ได้ทันทีในวันที่จำเป็นที่สุด เพราะธนาคารจะไม่ให้ใครถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียชีวิต จนกว่าศาลจะแต่งตั้ง “ผู้จัดการมรดก” — ขั้นตอนที่หลายเคสใช้เวลาเป็นเดือน ทั้งที่เงินจำนวนนี้ไม่ต้องเสียภาษีอะไรเลยด้วยซ้ำ
เพราะข้อเท็จจริงคือ ภาษีมรดกในไทยเก็บเฉพาะส่วนที่ทายาท “แต่ละคน” ได้รับเกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น (อัตรา 5% สำหรับผู้สืบสันดาน/บุพการี, 10% สำหรับกรณีอื่น ส่วนคู่สมรสได้รับยกเว้นทั้งหมด) เงินเก็บระดับหลักแสนหลักล้านที่คนทั่วไปเก็บไว้ให้ลูก จึงแทบไม่เข้าเกณฑ์ภาษีมรดกเลย
พี่ชายผมเคยคิดว่า ถ้าเก็บเงินในบัญชีไว้ให้ลูก พอลูกมาถอนตอนเราจากไป มันก็จบ แต่พอได้ศึกษาลึกๆ จึงรู้ว่าปัญหาจริงไม่ใช่ภาษี แต่คือความล่าช้าในการเข้าถึงเงิน เพราะทรัพย์สินทุกอย่างที่อยู่ในชื่อผู้เสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร หุ้น หรือที่ดิน ต้องผ่านกระบวนการจัดการมรดกก่อนถึงจะโอนให้ทายาทได้
พี่ชายผมจึงเลือกใช้ประกันชีวิตเสริมสำหรับส่วนที่อยากให้ลูกใช้ได้ทันที เพราะ…
เงินมรดก ไม่ว่าก้อนใหญ่แค่ไหน ก็มีค่าน้อยลง ถ้าลูกใช้มันไม่ได้ในวันที่ต้องการที่สุด
คุณอาจออมเงินหลายล้านให้ลูก แต่เคยเช็กไหมว่า ลูกจะเข้าถึงเงินก้อนนั้นได้เร็วแค่ไหนหลังคุณจากไป?
เงินฝาก หุ้น หรือที่ดินที่อยู่ในชื่อคุณ ล้วนถูก “แช่แข็ง” ทันทีที่คุณเสีย จนกว่าจะมีผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ระหว่างนั้นลูกอาจต้องหาเงินสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายเฉพาะหน้าเอง ทั้งที่มีเงินก้อนโตรออยู่ในบัญชีที่แตะต้องไม่ได้
แต่เงินก้อนที่ได้จากประกันชีวิตไม่ใช่แบบนั้น เพราะกฎหมายกำหนดชัดว่าเงินที่จ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุชื่อไว้ ไม่ถือเป็นทรัพย์มรดก จึงไม่ต้องเสียภาษีมรดก และไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ไม่ว่าจำนวนเงินจะมากแค่ไหน แถมบริษัทประกันจ่ายตรงให้ผู้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนจัดการมรดกเลย
พี่คนหนึ่งชื่อ “ป้าเดือน” เป็นข้าราชการเกษียณ เธอมีเงินเก็บ 3 ล้านบาทในบัญชี และคอนโดอีกหนึ่งห้อง เธอเขียนพินัยกรรมไว้หมดแล้ว แต่เมื่อเธอเสีย ลูกชายต้องรอจัดการทรัพย์สินเกือบ 6 เดือน กว่าจะแตะเงินก้อนนั้นได้ ทั้งที่ทรัพย์สินระดับนี้ไม่เข้าเกณฑ์ภาษีมรดกเลย ปัญหาไม่ใช่ภาษี แต่คือเวลาที่เสียไป ทั้งที่ลูกกำลังต้องการเงินที่สุด
ในขณะที่ “อาแสง” เพื่อนบ้านของป้าเดือน ทำประกันชีวิตทุนประกัน 2.5 ล้านบาทไว้ เสียชีวิตในปีเดียวกัน ลูกสาวได้รับเงินก้อนนี้โดยตรงจากบริษัทประกัน ไม่ต้องผ่านขั้นตอนจัดการมรดก ไม่มีภาษีมรดก ไม่มีภาษีเงินได้ และเธอเอาเงินก้อนนั้นไปใช้จ่ายที่จำเป็นได้ทันที
บทสรุป:
การส่งต่อ “ความรัก” ที่แท้จริง คือการวางแผนให้คนที่เราห่วงเข้าถึงเงินได้เร็ว ในวันที่เขาต้องการมันที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงิน
เงินก้อนที่เราหามาทั้งชีวิต ควรถึงมือลูกแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยและทันเวลา ประกันชีวิตคือเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ส่วนหนึ่งของมรดกไปถึงมือคนที่คุณรักได้เร็วกว่า โดยไม่ต้องรอกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนาน
ถ้าไม่แน่ใจว่าแผนที่คุณมี (หรือกำลังจะเลือก) ตอบโจทย์ตรงนี้ไหม ทักมาคุยกันที่ LINE @BoydWee ได้เลยครับ — ผมช่วยดูให้ตรงเคสของคุณ กันพลาดตอนเคลมจริง ไม่มีขายของ
BoydWeeInsure — ประกันสุขภาพหัวอกคนซื้อ | บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ตัวเลข เบี้ย เงื่อนไข และสิทธิลดหย่อนอาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและแต่ละกรมธรรม์ โปรดตรวจสอบรายละเอียดจากกรมธรรม์และเอกสารเสนอขายของแต่ละบริษัท หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ